หมูน้อยๆตัวนิดๆ's profileหมูน้อยสีชมพูPhotosBlogListsMore Tools Help

Blog


    April 04

    holiday ซะที

    และแล้ว นี่ก็ถึงวันholiday ของเราอย่างแท้จริง รึว่าจะเรียกว่าปิดเทอมสุดท้ายละสิ
    วันหยุดเราหน่ะเหรอ ไม่ได้เยอะไรมากมาย 3อาทิตย์ได้ แต่อย่าได้ดีใจกับเราไป เพราะยังเล่าไม่จบ
    เราต้องไปพบอาจารย์ supervisor เราอีก แล้วก็ต้องmeeting ทุกๆ2อาทิตย์ แล้วเค้าก็เหมือนอยากจะให้เริ่มทำ thesisได้แล้ว
    เห้อ เข้าใจยังทำไมยังไม่ให้ดีใจ แต่ช้าก่อน..... ยังไงก็ต้องได้ไปเที่ยว เราไม่ยอมหรอก อุตส่าได้หยุดทั้งที แต่จะไปไหน
    น่านสิเราจะไปไหนดี ยังคิดไม่ออกเลย แต่ตอนนี้รู้แค่ได้ปิดเทอม พอละ 555 มีเวลาดูหนัง ดูละครซะทีเรา
     
    January 02

    Happy New Yaer 2009

    และแล้ว นี่ก็ผ่านอีกปีนึงแล้วละเหรอเนี่ย ยู่ดีๆก็มานั่งเปิดรูปดู แล้วก็ทำให้นุกขึ้นมาได้เอ้ย ปีที่แล้ว พวกเรายังมานั่งเล่นพลุ จุดไฟเย็น โยนกระเทย เอ้ยกระเทียมใส่กันอยู่เลย
    ดูเดะ และแล้วปีนี้เราก็ไปcount down ดูึนอื่นเค้าจุดให้ดูแทน 555 ปีที่แล้วเราแกล้งชู้ด้วยการสั่งรูป party ที่บ้านไปให้มัน แล้วดูเดะ ปีนี้เราต้องมาอยู่ในที่ๆชู้ฉันอยู่เลย ยังดีนะไม่มีparty ส่งรูปมาให้ 5555 ไม่งั้นละอาละวาด
     
    ปีนี้การ cout down เราหรรษษามากๆอยากจะบอก
    มันเริ่มขึ้นตั้งกะเราคิดจะซื้อบัตรผ่านเข้าไปในงานช้าไปจิสนึง ทำให้การสั่งซื้อในเนตแบบจ่ายตังค์แล้วต้องไปเข้าคิวเอาบัตรเอง (จริงๆเค้ามีส่งถึงหอแต่คิดเร็วไปจอง 30 งานมี 31) 555 แล้วมันจะส่งทันมะ แต่ก็เอาวะซื้อๆไป 10 ปอนด์ โดยยังไม่รู้ชะตากำไรเลย แต่พอเราต้องไปเอาเนี่ยเดะ ที่เอาบัตรมันตั้งอยู่ที่ St Andrew sq. ซึ่งความใหญ่เส้นผ่าศูนย์กลางก็ราวๆอนุสาวรีย์ รึวงเวียนใหญ่บ้านเราน่านแหละ หางแถวก็แค่ วนรอบวงเวียนรอบครึ่งเองงงงงงง ก็ยืนรอไปเสะตั้งกะ บ่ายโมง โน่นได้บัตรเอาสองครึ่งเท่านั้น แต่ปัญหาเนี่ยมันอยู่ที่อากาศ -4 เองงงง อีกเช่นกัน 5555
    พอได้บัตรมาก็เป็นอันดีใจเหมือนได้โล่ห์ เย้ๆๆได้มาครอบครองแล้ว และก็ขอกลับมาพักผ่อนก่อนย้อนกลับไปงานอีกครั้งตอน 5ทุ่มเพราะงกงะ ต้องทำงานก่อน แล้วก็เดินไปงาน เดินเข้างานก็ดีนะไม่มีไรจนกระทั่งเราเดินไปหาพวไอ้จื่อ และพี่แจน เราต้องเดินออกนอกงานงะ (princes street) ปิดถนนทั้งเส้นเลย เราตัดสินใจขึ้นไปเอาเบียร์ลงมา1ป๋อง และแล้วสิ่งไม่คาดฝันก็เกิด ประตูปิดหว่ะ เวนละแล้วกรูจะเข้างานไงวะ จนกระทั่งมีคนดันๆๆๆตัดสินใจพังประตูเข้าไป หุหุหุ เสร็จโจรเสะคีะ บัตรก็มี ได้เข้าสมใจอยากละ แต่ไม่มีเพื่อนงะต้องไปอยู่กะเด็ก นร ไทย แต่คนละยูกัน พวกนั้นเด็ก เอดินยู ก็ 54321 อะไรกันไปตามเรื่องตามราว ยังๆยังไม่จบ เราต้องขึ้นรถกลับหอ นี่แหละเจอศึกอีกรอบ เพราะด้วยความถนนมันปิดงะ ต้องเดินไปขึ้น night bus ถึงโน่น หน้าร้านที่เราทำงาน ก็ราวๆแค่ 1-2 กิโลเองงงงงงง อีกแล้ว เมื่อยโคตะระเลยแหละ  แต่สุดท้ายก็ Happy ENDING นะจะบอกให้ เราได้กลับถึงห้องอย่างมีความสุขตอน ตี2  5555
     
    จบการ cout down ของเราแต่เพียงเท่านี้แล แล้วเดี๋ยวปีหน้าจากลับไปเล่นพลุกันอีกนะไอ้เพื่อนรักทั้งหลาย ไปละ คิดถึงนะโว้ยยยยยยย
     
    ปล มีความสุขกันถ้วนหน้านะพวกเพื่อนรัก      
    December 21

    ชีวิตแสนสบายยามสอบเสร็จ

    เย้ๆๆ และแล้วชีวิตเราก็ผ่านพ้นการสอบไปได้อย่างเรียบร้อย แต่จะร้อยเรียบรึเปล่านี่ก็เอ่อ ลุ้นกันอีกที 555
    แต่ไงช่วง 3 อาทิตย์ต่อจากนี้ก็ขอตัดตวงให้ได้มากที่สุดละกันเนอะ หึหึหึ
    การท่องเที่ยวของเราคงจะได้เริ่มต้นขึ้นในไม่ช้านี้แล แต่ไอ้จะไปไหนเนี่ยเดะ น่าสงสัยอยู่ เจ้าแม่อลังการโปรเจค อย่างฉัน มันจะล้มไม่เป็นท่ารึเปล่าหว่าเนี่ยเรา
    แต่ที่แน่ๆต้องอยู่นับถอยหลังที่นี่แน่ๆละ แล้วจะมาเล่าให้ฟังอีกทีนึง
    อ๋ออออ แต่ก่อนถึงวันปีใหม่เราต้องผ่านวันที่ 26 ธค Boxing Day ก่อน เอ้ยๆๆ ไม่ใช่วันชกมวยแห่งประเทศนะแก อย่าเข้าใจผิดๆ
    มันเป้นวันเปิดของขวัญหว่ะ แต่มันจะมีไรเปล่าเราไม่รู้ รู้แค่หนูจะshop หึหึหึ ตังค์ที่เก็บมาทั้งหมดเพื่อการนี้เลยนะจะบอกให้ ตามที่ตั้งใจไว้ ก็จะถอยรองเท้าใหม่ 1 คู่ แล้วก็ .... นึกไม่ออกละหว่า
    แต่ไงก็คงเลยตามเลยจะได้ไรบ้างดูสถานการณ์ก่อน วันนั้นคนคงวุ่นวายกันน่าดูเลยแฮะ
    แต่ว่าไปเวลาไป shop ทีไร คิดถึงกลุ่มสมาคมinday and the gang มากๆเลยอ่ะ เพราะมันไม่มีใครช่วยเราเลือกรึว่าลองชุดกันหนุกหนานเท่าอีกแล้ว สาบานได้ งานนี้เลยไม่รู้จะได้ไรเยอะเปล่า
    อ้อแต่นึกได้อีกอย่าละแฮะ หนูอยากได้เป๋าใหม่ 555 มันเริ่มมีความอยากได้ผุดมาในหัวละเรา แล้วได้ไรมาบ้าง จะมาแถลงแจ้งให้เพื่อนๆรู้อีกทีนะยะ แต่งานนี้คงได้เผาผลาญพลังแห่งการแย่ง ขุดคุ้นแหงๆ แถมที่สำคัญต้องตื่นเช้าเนี่ยเดะวะ เพราะร้านมันเปิดตั้งกะ 7โมงครึ่งแหนะ ไปละๆๆ บะบายๆ
    คิดถึงเพื่อนๆและสมุนมากมาย คิดถึงจิงๆนะโว้ย ไม่ได้ล้อเล่น  
    November 14

    ช่วงอารมณ์สีเทาๆ

    ช่วงนี้ชีวิตเรา เรื่องเยอะจิงๆ งานก็ใกล้ถึงเวลาที่ต้องส่ง เรียนก็ใกล้จะสอบ อากาศก็ฝนตก เฮ้อ อะไรเยอะแยะหว่ากะชีวิตของเรา
    ไอ้เราก็ดีมากๆ อารมณ์ก็ปรับไปตามสภาพอากาศที่เปลี่ยนไป มืดๆ มนๆ ทึมๆ จะเป็นงี้อีกกี่วันวะเนี่ย
    ว่าแล้วก็คิดถึงพวกแกจริงๆเลยหว่ะ ป่านนี้ถ้าอยู่เมืองไทย คงแจ้นรีบโทรไปหาพวกแก ไปแย้วๆ เที่ยวๆ ดุหนังๆๆ แดกเหล้าๆๆๆลั้นลาไปแล้ว
    แต่นี่เดะวะ เศร้าจิงๆ เซ็งๆเครียดๆไปคนเดียวก็เบื่อโคตรๆ กลับมาห้องก็แง้วกรูจะทำไรดีวะเนี่ย
    พวกเมิงควรภูมิใจนะเนี่ย กรูกำลังร้องไห้คิดถึงพวกเมิงเนี่ย 5555 ไม่ต้องถามกรูอารมณ์ไหน เพราะไม่รู้เหมือนกัน แค่อยู่ดีๆก็คิดถึงพวกเมิงขึ้นมาแล้วก็ร้องไห้   
     
    เพราะงั้นกลับไปพวกเมิงต้องรักกรูเยอะๆนะโว้ย ไม่งั้นละกรูจะด่าไม่ซ้ำคำเลยคอยดูเสะวะ ต้องตามใจกรู พากรูไปเที่ยวด้วย หึหึหึ ได้โอกาส
     
    ตอนนี้ชีวิต ก็เริ่มเข้าใจพวกที่เรียน ป โท ละวะว่ามันอะไรนักหนา เข้าใจไอ้ต้าร์ละที่มันหายหัวไปเลย เข้าใจน้องแพรละที่มันบ่นๆเรื่องอ่านหนังสือๆๆการบ้านๆๆ
    งานเพียบ ประชุมมันได้ทุกวี่ทุกวัน จะเอาไรกะกรูนักหนาเนี่ย แต่หน้าที่ก็ต้องทำต่อไป บ่นไม่ได้ เหอๆ
     
    เมื่อไหร่ท้องฟ้าจะมีแดดหว่าเนี่ย ไม่รู้มันจะช่วยได้เปล่า แต่ก็อาจทำให้รู้สึกว่ามีสีสันเวลาเดินออกไปข้างนอกแฮะ แต่ก็ไม่ชอบอีกอ่ะ ร้อน โอ้ย!!!! งง กับชีวิต
    พวกเมิงอย่าเพิ่งงง ว่าตกลง ไอ้นัทมันต้องการไรวะ เพราะว่าตัวเองยังไม่รู้เลยตัวเองต้องการไร 5555 ปล่อยกรูไปซักพัก คงดีขึ้น
     
     
     
     
    November 03

    เรื่องมีอยู่ว่า

    เฮ้อ 1เดือนละเหรอเนี่ย ที่เราไม่ได้มา up space เอาซะเลย
    อย่าเข้าใจผิดว่าฉันยุ่งนะยะ จิงๆก็แอบมีงานการที่ต้องทำ แต่......
    1. ความขี้เกียจเข้าครอบงำ
    2. ความงงๆ กับงานที่ต้องทำ ที่ไม่เข้าใจเอาซะเลย
    3. อากาศที่มันนับวันก็เย็นลงๆๆ ทุกวี่ทุกวัน (ทำให้เกิด ข้อ 1)
     
    ว่าไปทำไมเวลามันช่างไปรวดเร็วเหมือนกันนะเนี่ย ดูเดะ อะไรๆก็ยังไม่ได้ทำซักอย่าง  นี่ก็ใกล้จะสอบละ
    เหลือเวลาอีกเพียง ราวๆ 1เดือนเท่าน้าน ฤดูแห่งการสอบก็จะมาถึงแล้ว แต่เราก็ยังไม่ได้อ่านเพราะ เหคุผล 3ข้อที่กล่าวมาแล้ว 555 เกี่ยวไหมหว่า
     
    ตอนนี้เวลาเราก็เปลี่ยนละ กลายเป็นช้ากว่าเมืองไทย 7 ชมซะละ
    เดี๋ยวนี้นะ 5โมงก็มืดตืบเลย ต่างจากเมือ 3เดือนที่แล้วที่มาถึงอย่างมากๆๆ จำได้เลย มาถึงวันแรก ไรวะนี่มัน3ทุ่มละนะ ฟ้าเพิ่งจะมืด
     
    เอ๊ะ เราจะเล่าเรื่องไรให้ฟังดีหว่า วีรเวนวีรกรรมก็ไม่ค่อยจะมีกะเค้า เพราะเราเรียบร้อย :P ฉันรู้พวกแกไม่เชื่อ 555
     
    อ่อรู้ละ เราการพัฒนาการทำกับข้าวดีกว่า
    ตอนนี้เราก็ยังคงขยันทำกับข้าวกินเองทุกวัน (เฉพาะมือเย็น) เช้า+กลางวัน = ขนมปังไม่ก็คอนเฟ็ก
    ฝีมือเต้าพัฒนาไปเยอะละนะยะ จิงๆด้วย ต้องบอกว่าทำกับข้าวกินเองได้ถึงจะถูก อ้อ อร่อยด้วยนะ แถมบางวันก็พิเรนทำโน่นผสมนี่ สร้างเมนูแปลกๆ 555 เฮ้ยแต่อร่อยนะ ฉันรู้ว่าพวกแกไม่เชื่อหรอก
    แต่ไม่ต้องกลัว กลับไปมีอวด 555 อย่านึกว่ารอดโว้ย ต้องแบ่งให้ทั่วถึงเดะ เพื่อนรักทุกคน
    เราขยันซื้อของมาตุนในตู้เย็นโคตรๆ ไม่อยากบอกถ้าเค้าห้ามออกไปข้างนอกเลย 2-3 อาทิตย์ เพื่อนแกไม่อดตายแน่ๆรับรองเพราะว่าตอนนี้ตู้เย็น ชั้นของตัวเองวางไม่พอต้องลามปามไปชั้นอื่นที่ว่างอยู่
    ตู้เก็บพวกซอส ซีอิ้วต่างๆก็เต็ม ถึงขั้นล้น เริ่มลามปามไปตู้ว่างข้างๆอีกเช่นกัน 555 นี่ยังไม่รวมขนมในห้องอีกนะแกเอ๊ย เชื่อยังละว่าขยันซื้อ(ของกิน)
     
    ตอนนี้ก็ 4ทุ่มกว่าฉันละ คงถึงแก่เวลา ย้ายตัวเองจากปิ้งหน้าฮีตเตอร์ ไปอาบน้ำละ ไม่ไหวๆ ก่อนที่มันจะหนาวมากกว่านี้แล้วอากาศขี้เกียจจะครอบงำ เหอๆ ไปละนะเพื่อนๆ
     
    คิดถึงพวกแกโคตรๆ ใจร้ายหว่ะ ไปเที่ยวฮาโลวีน ไม่มีชวนกันซักคำ หึหึหึ เวลาไปไหนเที่ยวเผื่อกันบ้างนะโว้ย อยู่นี่ไม่ได้เที่ยวเลยหว่ะ
    ไม่ใช่ไรหรอก เพื่อนๆคนไทยมันไม่เที่ยวกันหว่ะ แล้วมันก็ไม่กินเหล้าเหมือนพวกเราด้วย เพื่อนแกก็เลยแง่ว ไม่มีคนเที่ยวด้วย เพื่อนฝรั่งก็มีแต่ผู้ชาย ซึ่งเค้าก็ผู้ใหญ่กว่าตั้งเยอะหว่ะ ไม่งั้นมันก็ไปกะแฟนมัน
    กลายเป็นเด็กดีไปโดยปริยาย กลับไปเห็นแสงสีเมืองไทยจะตื่นตาตื่นใจเหมือน เด็กอายุ 20 ที่มันเพิ่งเข้าผับได้ไหมวะเนี่ยกรู เหอๆๆๆ
     
    ปล. ฉันรู้ว่าพวกแกๆๆอยากดูรูปฉันใส่ชุดทำงานมากมาย เหอะๆ เพราะรู้ว่าพวกแกจินตนาการไม่ออกแหงๆ ไม่งั้นก็กลัวมันจะล้ำเลิศเกินไป เลยเอาไปใส่ใน hi5 ละ space มัน up ไม่ได้หว่ะ
          http://ka22a-mol.hi5.com <-------- hi5 ฉันเอง แต่ฉันว่าพวกแกๆทั้งเลยคงมีแล้ว แต่ให้เฉยๆ เหอๆ
     
     
    October 01

    ปนๆมั่วๆ ไม่มีหัวข้อ

    วันนี้เรามีเรื่องมาเล่า 1 เรื่อง แล้วก็เรื่องบ่นอีก 1เรื่อง อิอิ เอาไรก่อนดีหว่า ติ๊กต๊อกๆๆๆๆ โอเชเราคิดออกละ
     
    เอาเรื่องเล่าก่อนดีก่า
     
    เรื่องก็คือว่า ตอนนี้เราได้งานประจำทำละนะยะ คือฉันไม่ได้ทำร้านอาหารไทยร้านน้านละล่ะ อพยพมาร้านใหม่ ชื่อร้านว่า"เชียงใหม่" ร้านนี้เราเพิ่งไปทดลองทำแทนเพื่อนมา 2วัน คือเมื่อวันอาทิตย์ และจันทร์ที่ผ่านมา
    ตอนนี้เค้าก็โอเช รับเราเป็นพนักงานละ เราจะต้องทำงานวัน ศุกร์และเสาร เย้ๆๆ ต่อไปนี้เราก็จะมีตังค์ shoping ละ หลังจากต้อง งกมานาน เพราะเกรงใจเงินจากที่บ้าน มิกล้าshop ไรมากมาย
    แต่สิ่งที่เราจะบอกเพื่อนๆ ก็ไม่ใช่เรื่องนี้หรอก 555+
    ด่าฉันอยู่ละเสะ แล้วเมิงจะบอกทำไม
     
    ใจเย็นๆๆๆ มันไม่ใช่แต่ก็เกี่ยวข้องกัน เรื่องก็คือ
     
    เราต้องทำงานเสริฟโดยใส่ชุดไทยหว่ะ 555 พอยัง เราเดาว่าไอ้คนมาอ่านป่านนี้มันคงตกใจตายไปละ ไม่งั้นก็จินตนาการไอ้นีทใส่ชุดไทยมันจะเป้นไงวะ แน่ๆ
    พวกแกก็นึกภาพพนักงานเสริฟที่ใส่ชุดไทยแบบแขนทรงกระบอกกับผ้าถุงน่านแหละ แล้วแกก็เอาหน้าฉันใส่ลงไป เหอๆๆ แปลกใจอ่ะเดะ หุหุหุ อยากดูก็ซื้อตั๋วเครื่องบินตามมาดูเอาเองนะจ๊ะ เหอๆ
     
    อ่ะเรื่องเล่าหมดละ มาถึงเรื่องบ่น
     
    เรื่องมีอยู่ว่า แกคำพูดที่ว่า "ยิ่งเกลียด ยิ่งเจอ" เนี่ยมันเป็นความจริงนะ ไม่เชื่อก็อย่าลบหลู่ เรื่องก็มีอยู่ว่า
    ฉันนะโคตะระเกลียดวิชา Thermodynamic, Fluid, Heat trasfer, Heat exchanger ไรราวๆนี้แหละ ตั้งกะตอนเรียน ป ตรีละ เราก็สักแต่เรียนๆให้มันผ่านๆไป เราจะไม่ยอมไปเจอะเจอมันโดยเด็ดขาด
    แล้วก็คิดว่าไงชาตินนี้ฉันก็ไม่ได้ใช้มันหรอกน่า รับรองได้ สมัยก่อน คนสอนการบ้าน คนติว คนเขี้ยวเข็นก่อนสอบ ก็คงเป็นใครไปไม่ได้ นอกจาก "ไอ้ต้าร์" เพื่อนรักเราเอง และแล้ว
    สิ่งที่เกิดขึ้นตอนนี้ สิ่งที่ฉันเกลียด "ทุกวิชา" ย้ำทุกวิชา มันก็ต้องมาเจอเอาที่นี่ ซึ่งไม่เยอะเท่าไหร่หรอก เรียน 4วิชา เรียนไอ้พวกนี้ล่อไปซะ 3เอ็ง ชิวไหมละ ชีวิตกรู 
    สิ่งที่คิดในสมองตอนนี้ ฉันคิดถึงแก ไอ้ต้าร์ ไม่มีหนังสือแกมาโยนให้อ่านแล้ว ไม่มีเสียงโทรศัพท์แกโทรมาไอ้นัทอ่านไปถึงไหนแล้ว แล้วก็คิดถึง อาจารย์ลลิตา ที่สุดในโลกเลยตอนนี้ (เว่อไปนิด ไม่ที่สุดในโลกหรอก แต่เพื่อให้มันดูดี 55+) คิดถึง lecture อาจารย์จริงๆ อยากกลับไปให้อาจารย์สอนใหม่อ่ะ
    แต่ชะตากรรมที่เจอตอนนี้ก็คือว่า
    1. ไปหาหนังสือจากห้องสมุดมาอ่านเอง (ไม่รู้เล่มไหนเยอะโคตรๆ เลยเอามันมาหมดเลย 55+)
    2. พยายามขุดเอาความรู้เก่า (ซึ่งเหลือน้อยนิด ถึงไม่เหลือเลยขึ้นมา)
    3. ทำassignment ส่ง (ซึ่งต้องส่งงะ แล้วก็ยากโคตรๆ)
    4. สู้ตาย!!!!!!!!!!!!! (ถอยไม่ได้ละ)     
    5. ทำใจและทำให่ผ่านไปให้ได้ (อย่างดีที่สุด)
     
      คิดเถิงพวกแกเจงๆหว่ะ ทุกคน ทุกกลุ่ม ทุกสถาบัน คิดเถิงป๊ะป๋า มะมี้ น้องๆ แล้วก็หล่อนด้วย (เดาเองเองใคร 555+)
    อ่อ วันเกิดปีนี้ ก็ผ่านไปแบบ หาข้าวกินเอง ไม่มีงานฉลอง ไม่มีปาร์ตี้ ไม่มีทำบุญ แต่สิ่งที่มีก็คือ คำอวยพรจากเพื่อนๆทุกๆคนที่ไม่ลืมวันเกิดเรา ดีใจเจงๆนะ
     
    และแล้วก็ถึงเวลาเลิกบ่นละ แล้วก็หันกลับไปพยายาม assignment ต่อไป สู้ตาย!!!!!!!!!!   
    August 20

    นักเรียนไทยตัวจิง

     
     1 อาทิตย์แล้วเสะที่เราเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลนั่งเครื่องมานานโคตะระ ตั้ง 12 ชม โคตะระเมื่อยงะ เร็วเหมือนกันนะว่าไป
     
    เมื่อวานซืนเราก็ได้ทำตัวเป็นนักเรียนไทยต่างแดน อย่างสมบูรณ์แบบ น่านก็คือ การไปเป็นพนักงานร้านอาหารไทยน่านเอง 555
     
    อ่อ ก่อนอื่นเราต้องขอบจายเพื่อนเราก่อนที่ทำให้เราได้ประสบการ์ และงานทำ อิอิอิ "จื้อ" ขอบจายหลายๆเน้อ พอดีมันไม่ว่างงะ ก็เลยถามเรา ไอ้เราก็อยากได้ตังค์(เพื่อนเที่ยว) อิอิอิ ก็เอาเสะ
     
    ไปถึงร้านพร้อมกับ "พี่แจน" คนไทยอีกคนที่เค้าทำร้านนี้อยู่แล้ว ร้านที่ไปทำก็มีน้าเจ้าของร้านคนไทย ร้านก็ไม่ได้ใหญ่มาก มีทั้งหมด 15 โต๊ะ อ่่ะ หน้าที่ของเราหน่ะเรอะ ก็คือ พนักงานเสริฟ น่านเอง
    แต่ต้องจดorder ลูกค้าคิดตังค์ เก็บกวาดโต๊ะ สรุปทำทุกอย่างข้างหน้าร้านน่านเอง 555 อ่อ เราเกือบลืมบอกไปหน่ะ ได้กินข้าวกะเมนูอาหารไทยด้วยแหละ น้าเจ้าของร้านเค้าทำให้กิน เมนูก็คือ ไข่เจียวหอมใหญ่ น้ำพริก(ไม่ได้กิน กัวเผ็ด แฮะๆๆ) หน่อไม้ผัดพริก และที่สำมะคัญที่สุด "ข้าว" เลยค่ะ โหไม่ได้กินมาอาทิตย์นึง ไม่รู้สึกโหยหานะ แต่แค่รู้สึกทำไมมันอร่อยจังวะ ทั้งที่ก็กินมา จะ 25 ปีละ เหอะๆๆ
     
    วันน้านแขกไม่เยอะหรอก มีตั้ง2 โต๊ะแหนะ แต่เราทึ่งมากๆ เมนู สั่งมาโคตะระยากงะ ทำไมน้ากะพี่แจนเค้าทำเร็วจังวะ อ่อ ลืมบอกไป พี่แจนทำหน้าที่ผู้ช่วยแม่ครัว เมนูนะมีทั้ง แกงเผ็ดเป็ดย่าง กะฉู่ฉี่กุ้ง ที่เราคิดว่าชาตินี้คงทำไม่เป็นแน่ๆ เหอะๆๆ
     
    และแล้ว หน้าที่ของเราก็จบลงเมื่อเวลา 5 ทุ่ม เป็นการออกไปทำงานวันแรกเลยนะน่าน อิอิอิ
     
    แต่แอบโชคดีแหละ น้าเค้าจะจ้างเราทำงานต่อไป เค้าบอกว่าให้เรามาทำวันอาทิตย์ เสรฺฟคู่กันกับอีกคนนึง เค้าเป็นฝรั่งชื่อ "คาร่า" อ่อ แต่เราไม่เคยเห็นเค้าหรอกนะ ไว้เจอแล้วจะมาเล่าให้ฟังใหม่ นะเพื่อนๆๆ
     
    รู้สึกภูมิใจกะตังค์ที่ได้จัง (ไม่ถึงน้ำตาร่วงแบบได้มงกุฎนางสาวไทยนะยะ) เราทำงานจิงๆจังๆได้ละ เผื่อความอยู่รอดอย่างแท้จิง ซึ่งแตกต่างกะตอนไป work มากมาย ตอนทำงานก็แอบคิดถึงเพื่อนๆสมาคมindy ไปด้วย ถ้าอยู่ครบๆคงหนุกน่าดูเลยเนอะ อิอิอิ
     
    เฮ้ยหมดเวลาเล่าละต้องรีบไปเรียนต่อ นี่แวบ พักกลางวันกลับห้องมาอัพเดท อิออิ
     
    ไปเรียนละนะเพื่อน คิดถึงหลายๆๆ เลยนะยะ เธอด้วยนะยะ ไปละ
     
    บ๋ายบาย คิดถึง จุ๊บ ๆๆ
    August 16

    การเดินทางอันยาวไกล

    การเดินทางของเราเริ่มขึ้นเมื่อต้องเดินเข้าไปใน ด่านตรวจผู้โดยสารขาออก
    หลังจากเดินหันหลัง เราก็คิดในใจว่าเฮ้ย ต่อไปนี่เราต้องรับผิดชอบตัวเองแล้วนะ ต้องทำทุกอย่างด้วยตัวเอง ไปโวยวายแหกปากอย่างแต่ก่อนก็คงไม่มีใครฟังแน่ๆ
     
    ตอนนี้ว่าไปเราเร็วนะ วันจันทร์นี้เรากำลังจะรับผิดรับผิดชอบตัวเองครบ 1 อาทิตย์แล้ว
    อ่อ เราต้องบอกบางคนที่ไม่รู้เรื่องก่อน เราเดินทางมาเรียนต่อที่ UK Scotland ที่เมืองหลวงเลยแหละ Edinburgh อ่านว่า เอ-ดิน-เบอ-ระ นะเพื่อนๆ
     
    ชีวิตประจำวันเราก็แค่ ตื่นมา 6โมง ไม่ได้เช้าหรอกนะ อย่าเพิ่งตกใจไป 555 เวลาปกติตื่นที่เมืองไทย(เที่ยง) แล้วก็ไปเรียน 10 โมงเช้า ถึงสามโมงครึ่ง ทุกวันจันทร์ถึงศุกร์
    และเราก็กลับมาหาอาหารลงท้องประทังชีวิตมื้อเย็น ไอ้ข้อสงสัยว่าทำไมพวกมาเรียนเมืองนอก มันอ้วนก็บังเกิดขึ้นก็ไอ้ตอนทำกับข้าวนี่แหละ มันคงต้องทำเก่งๆอร่อยๆกันเนอะ ถึงอ้วนงะ
    แต่ข้าพเจ้าหมูน้อยสีชมพู จะกลายร่างเป็น หนูน้อยสีชมพูไหมเนี่ย
    อาหารฝีมือตัวเองมื้อแรกเริ่มขึ้นเมื่อวาน มันคือ โจ้ก สาบานว่าโจ้ก ที่สำคัญคือ โจ้กสำเร็จรูป 555 แต่กลัวสารอาหารไม่ครบก็เลยแรดงะ จาใส่ผักโขม ใส่ไข่(ที่ไปsuperมาเมื่อวันอังคาร) 
    อันดับแรกมันต้มผักโขมก่อนใช่มะ แล้วก็จนได้ที่ ก็ต้องใส่ผงโจ้กลงไป ความน่าสนใจอยู่ที่ว่า ต้องใส่น้ำแค่ไหนวะกะโจ้ก 1ซอง เราก็ตักน้ำเข้าออก อยู่วซักพัก ตัดสินใจเท โจ้กลงไป เท่าน้านแล โลกแทบพังอยากร้องกรี้ด มันกลายสภาพเป็นซุปค่ะ ไม่ใช่โจ้กอีกต่อไป เพราะน้ำมันท่วมหมดเลยงะ ก็เอาวะเทก็เสียดายของ ใส่ไข่ลงไป1ฟอง ยกลงจากเตา ชิม เออหว่ะ มันไม่เลวนะว่าไป 555 เข้าข้างตัวเองสุดๆ และก็ผ่านไป กะเมนูที่เราขอตั้งชื่อว่า ซุปผักโขมใส่ไข่
     
    มาถึงวันนี้ยังไม่ละความพยายาม เราไปซื้อเส้นสปาเกตตี้มา ซื้อไส้กรอก อันดับแรกก็ทำการต้มเส้นเลย และตั้งกะทะ จาทอดไส้กรอกตามวิธีที่มันเขียนไว้ (มันเป็นไส้กรอกแบบไม่สุกกินเลยไม่ได้) ก็ทอดๆไปโหยทอดอย่างยาก มันทั้งติดกะทะ ทั้งจะรู้ได้ไงวะว่าสุกแล้ว มันเขียนว่าราวๆ 15 นาทีกลับที ก็กะๆเอาตามน้านแล กลับมาที่หม้อต้มเส้น หลังจากเรียบร้อย เราก็ต้องตกตะลึงว่ากะปริมาณเส้นผิดงะ มันกินได้ถึง 2คนเลยนะน่าน เยอะมากๆๆ แล้วก็ทำการต้มผักโขม(ที่เหลือจากเมื่อวาน) ก็กะๆเอาหลังว่าเอาเท่าไหร่ดูๆมันก็เยอะละนะ แต่พอต้มมา แม่เจ้าอย่างกะเศษผักทำไมมันหดวะ(สงสัยมีปัญหากะการกะปริมาณแน่ๆเรา) ไม่เท่ากันเล้ย เส้นอย่างเยอะ ผักเท่าเศษผัก แต่ก็เอาวะ กินก็กิน กลับมาที่กะทะ เราก็ทำการเอาเส้นที่ต้มแล้วเทใส่กะทะ ใส่ผงผัดผักลงไป(อย่างเดียวที่มี) แล้วก็เทผักโขมลงไป คลุกๆๆๆนิดนึง เอาขึ้นจัดใส่ชาม55 ที่มีใบเดียว วางไส้กรอกลงไป เออว่าไปฝีมือเราเริ่มมีการเรียนรู้ละ อิอิอิ แอบเข้าข้างตัวเองอีก 1มื้อ มื้อนี้มีคนช่วยตั้งชื่อให้มันว่า สปาเกตตี้ผักโขมไส้กรอก
     
    ปล. อ่อลืมบอกไปว่าไส้กรอกที่นี่แปลกดีหว่ะ มันห่อกระดาษด้วย ทำกับข้าวเองคราวนี้สอนให้รู้ว่า ต้องแกะกระดาษออกจากไส้กรอกก่อนทอดนะค๊ะ แล้วไส้กรอกบ้าไรวะอย่างกะแหนมเนืองบ้านเรา มันแบบเหมือนหมูบดมากกว่าไส้กรอกที่เราซื้อกินงะ เจงๆนะมะได้โกหก
     
    จบเรื่องเมนูการทำอาหารดีก่า เล่าไปเล่ามา สงสารคนอื่นมันคงสังเวชเรา เอ๊ะ แต่ใครอยากเลียนแบบก็ได้นะ อีเมลล์มาขอสูตร(แบบในรายการทำอาหาร)555 ถ้าอยากลอง
     
    ตอนนี้ก็ จะ5ทุ่มละ ตาจะปิดละแฮะ กลายเป็นเด็กอนามัยเลยเรา ว่าคนอื่นไว้มากแหงๆ อิอิอิ
     
    ไปละ วันหลังมาอัพใหม่
     
    คิดถึงบ้านจัง อยากกกลับไปทำกับข้าววันนี้ให้ป๊ากินจัง แล้วเค้าจะบอกว่ามันเป็นยังไงนะ น่าคิด
    คิดถึงทุกๆๆคนเลย ที่มาอ่าน ส่วนคนที่ไม่ได้มาอ่าน ก็ไม่คิดถึง ชิ 555 ล้อเล่นๆ รวมถึงเธอด้วยนะยะ คิดถึงมากๆ  
     
     
    May 09

    หวัดดี ไม่ได้เข้ามานาน

    โห นานมากๆ ที่เราไมได้ อัพspace เลยแฮะ มัวแต่หลงแรดไปเล่น ฮิห้า อยู่ ก็แหมมันไมได้ไปไหนเลยหนิหว่า
    วันๆก็มัวแต่ทำ project project พอไปให้อาจารยืดูแกก็บ่น แก้ๆๆๆๆ อยู่ได้
    แต่ช่างมันเถอะ ไงเรกาจบแล้ว และผ่านได้ด้วย(ดีนะ) หุหุหุ และเราก็กลับมาว่างๆๆๆๆ อีกครั้ง
     
    ทีนี้ละว่างโตรๆ จนเอสเวลาทั้งหมดไปแรดซะที
     
    เริ่มแรกประเดิมด้วยทริป ไปลาว ซึ่งไปกะบุพการีน่านเอง ไปนอนกลิ้งเกลือก แรดๆ อยู่ 5 วันได้มั้ง ก็ถึงเวลากลับมา กทม ซักที
    พอไม่ทัน 3วันไปแรดอีกละ ทีนี้เราไป ชะอำ ทีนี้ไปกะป้าๆ ลุงๆ และก็หลานของเรา ไปกินๆๆ อยู่ อีก 4 วัน
    กลับถึงกทม อะไรวะ ทริปถัดไปถูกจัดอีกละ ทีนี้เราจะไปใต้กัน หุหุหุ ไปโน่นแหนะ กระบี่ แต่ไปกะเพื่อนฝูงนะ พลพรรคนักเที่ยวทั้งหลาย
    นี่ก็กลับจากกนะบี่ได้ 3-4 วันละ แต่ยังไม่มีรุปมาอวดเลยหว่ะ รอก่อนๆๆ ค่อยลงทีเดียว หุหุหุ
     
    ไว้ได้จะรีบเอามายั่วพวกพลาดนะจ๊ะ หุหุหุหุ  
    January 20

    meeting สาวสวย

    อยู่ดีๆ เราก็มารู้ความจริงว่าเพื่อนที่ค่อนข้างสนิทในกลุ่มเดียวกันตั้งกะ ม ปลายมันหลอกเพื่อนๆได้ทั้งกลุ่มที่คบกันมาเป็น 8-9 ปี
    เราก็เลยทำการนัดสังคยานาให้ โดยมีวัตถุประสงค์แอบแฝงเล็กน้อย (เที่ยว) เหอๆๆเลวเนอะ
    แล้วคืนวันศุกร์ ที่ 18 ก็มาถึง ณ ที่ข้าวสาร (จัดนัดสังสรรค์) เวลา 2 ทุ่ม เห็นจะได้ ที่ ร้านต้มยำกุ้ง
    งานนี้เป็นการรวมเพื่อนที่ค่อนข้างเยอะมากๆ ราวๆ 11 คน ทั้งห้องเดียวกัน ทั้งคนละห้อง
    การกินก็เริ่มขึ้นเมนูอาหาร มีอะไรไม่รู้(ไม่อยากบอกว่ากินไม่เป็นหว่ะ แต่แค่บางอย่างนะ) แต่โดยรวมอาหารโอเคแหละ
    เมื่ออิ่มกํนหมดก้ถึงเวลาสังคยานาความคับแค้นใจกัน(ส่วนบุคคล) ก็ได้มีการบึ้งตึงก็แก่สมควร
    เวลาก็ผ่านไปถึงราวๆ 3 ทุ่มครึ่งก็แก่เวลาอันสมควรแล้ว พวกเราบางคนก็ทำการเคลื่อนย้ายสังขารไปที่ร้าน Bangkok Bar โดยเหลือสมาชิกแค่ 6 คน (สาวโสดทั้งนั้น)
    ก็มีการกินกันอย่างเมามาย(แค่มึนๆ) ก็ถึงเลา DANCE กันกระจายเมื่อมึนๆและเพลงได้ที่ เหอะๆๆ แต่ด้วยคนมันน้อยจัดในร้านเลยตัดสินใจเคลื่อนย้ายสังขารกันอีกครั้ง
    คราวนี้พวกเรามาที่ BRICK BAR กัน แต่กว่าจะมาถึงร้านก็ เกือบๆเที่ยงคืนแล้ว โอ้วพระเจ้าจอร์ช คนเยอะมากๆ พวกเราต้องเบียดเสียดเยียดยัดเข้าไปจนกระทั่งถึงข้างใน (เกือบผอมแหนะ) ทั้งร้อนทั้งเบียด
    แต่ขอโทษนะค๊ะ น่านมิช่ายอุปสรรคที่แท้จริงของเหลาสาวโสดทั้งหลาย เรายังคงdance กันกระจายประหนึ่งว่าเรามีโต๊ะ มีพื้นที่ส่วนตัว (เหอะๆๆๆ)
    และเวลาก็ผ่านไปอย่างรดเร็ว เมื่อตี 1.30 มาถึง ไฟแห่งความจริงถูกเปิดสวิชไฟขึ้น เพลงก้อนหินละเมอก็ดังขึ้น ทำให้รู้ว่าหมดเวลาสนุกแล้วซี หมดเวลาสนุกแล้วซี
    ก็ออกมาจากร้าน และแยกย้ายไปตามระเบียบ แต่เรานะเรอะจะกลับง่ายๆ ผิดแล้วหย่ะ ฉันก็เดินไปหาน้องชายที่รักของฉันนะเสะ (ก้องไง) ที่ร้านน Hippy
    แล้วก็แถจนตี 2 กว่าๆได้ แล้วก็ค่อยๆเดินกันออกไปที่รถ เพื่อเดินทางกลับบ้านอย่างสวัสดิภาพ
     
    อ้อ แต่เราไปรถประตูก็ดั้นปิดไปแล้วอีก แต่พี่ยามก็ยังให้เอาออกได้ พอรถลงมาถึงยื่นบัตรคืน เราก็ถามว่า พี่ค๊ะเท่าไหร่ค่ะ เค้าตอบกลับมาเสียงดังฟังชัดมากๆว่า 170 ครับ
    ในใจคิดว่าโอ้ว เมิงโกงกรู เพราะว่าไงก็ไม่น่าถึงได้หว่ะ เต็มที่ก็ราวๆ 120-150ก็หรูแล้ว แต่เอาเหอะๆไงก็ต้องจ่ายวะ ถือว่าทำบุญเพราะเค้าต้องเฝ้ารถทั้งคืน
    และแล้วตี 3 กว่าๆเราก็มาถึงบ้านโดยสวัสดิภาพ อาบน้ำหลับเป็นตายพะยะค่ะ
     
    ว่าแล้วไปนอนบ้างดีก่า เมื่อเช้าล่อตื่นซะเวลาเดิม 10.30 ได้ซะนั่น เลยง่วงละ ไปดีก่า
    บ๋ายบายมีไรม่เล่าใหม่    
    January 02

    สวัสดีปี 2551

    และแล้ววันที่ 31 ธันวาคม ก็มาถึงอีกปีนึงแล้ว ปีนี้บ้านเราก็มีเลี้ยงปีใหม่ แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือเพื่อนๆหน้าใหม่ มาเป็นสมาชิก
    ปีนี้เราเรียกเหล่าบรรดาเพื่อนๆมา มี ต้าร์ บอย โบ้ท เต่า โจ้ก และเพื่อนโจ้ก (สมาชิกใหม่)เป็นผู้ติดตาม
    งานก็เริ่มขึ้นราวๆ 6 โมง เมื่อไอ้โจ้กมาถึงเพราะว่ามันรับหน้าที่ซื้อพวกน้ำอัดลมและเอาวอดก้ามา
    และก็ถึงเวลากินๆๆๆ อาหารปีนี้ก็ต้องขอบคุณ ป๊ะป๋า ของเราเป็นผู้สนับสนุนใหญ่อย่างเป็นทางการ ทั้งพ่อครัวทั้งเจ้าของตังค์ เหอะๆๆๆ
    เมนูปีนี้ก็มี กุ้ง หอย ปู หมู เนื้อ ครบถ้วน ปิ้มแปล้ไปตามๆกัน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือ อาการเมาค่ะ ก็เล่นกินกันไม่หยุดยั้ง
    เมื่อใกล้ๆถึวเวลา count down ก็มีพลุ ที่เอามาจากเพื่อนของป๊ะป๋าเราอีกแล้ว เล่นกันเฮฮาปาจิงโก๊ะมาก เพราะมันเล่นเอากระเทียมมาปาใส่กันค่ะ เฮ้อ ไอ้พวกซาดิส
    อ้อ คนที่เรายังไม่ได้พูดถึงก็คงเป็น
    ไอ้อุ๊ที่อุตส่าลากคุณกิ๊กของมันมาเพื่อย่างอาหารให้พวกเรากิน เหอะๆๆ ขอบใจนะเพื่อนรัก
    ไอ้ษาที่อุตส่าถ่อมาเพราะบอกว่าคิดถึงเพื่อน และน้องแพรน้องแพรว สำหรับปฏิทิน การไฟฟ้าที่อุตส่าแบกมา
    กว่างานจะเลิกก็ปาไป ราวๆตี 3 -4 ได้ งานนี้จบตัวลงด้วยการที่เพื่อนๆฉันบางส่วน (ต้าร์ โบ้ท บอย) มันงีบอยู่ที่บ้านข้าพเจ้ายัน 6 โมงเช้าเห็นจะได้
    แล้วก็ลากสังขารกันกลับไปด้วยเหตุผลที่ว่าไอ้โบ้ทต้องกลับกระบี่ตอน 10 โมงเช้า ไม่งั้นท่าทางพวกมันได้หลับยันสายชัวๆๆ ฟันธง
    แต่เหล่าบรรดาสมาชิกหน้าเก่าถึงเก่ามากๆอย่างพวกเพื่อนน้องชายสุดที่รักเรา พวกมันเล่นอยู่ยันเช้าวันใหม่ ดูพระอาทิตย์ขึ้นกันไปเลย เหอๆๆๆๆ
     
    สำหรับเพื่อนๆที่พลาดโอกาสไปก้ไม่ต้องเสียใจนะจ๊ะ เพราะว่าพวกเราสนุกกันมากๆ กินกันอิ่มหนำสำราญ เฮฮามากมาย เหอะๆๆๆๆ
     
    ทั้งนี้ทั้งนั้นก็ สวัสดีปีใหม่เพื่อนๆๆที่รักของเราทุกคนนะจ๊ะ มีความสุขมากๆ สมหวังทุกประการ ใครที่โสดก็มีแฟนได้แล้ว (แล้วก็เผื่อเพื่อนคนนี้ด้วย) อิอิอิ
    ส่วนมีแฟนแล้วก็รักกันนานๆนะจ๊ะ พวกมีกิ๊กๆก็ขอให้มีกิ๊กเพิ่มๆขึ้นไปอีก(เฮ้ยดีเปล่าวะ) เหอะๆๆ
    เอาเหอะๆๆ ยังไงก็ขอให้สมหวังทุกประการพบเจอแต่สิ่งที่ดีๆ อะไรที่ไม่ดีๆ ก็เอามันออกไปไกลๆร คนดีๆเข้ามาในชีวิตนะจ๊ะทุกคน และขอให้พรที่เราให้เพื่อนๆย้อนกลับมาหาเราด้วย (จะได้เท่าเทียมกัน) 
     
    December 11

    ปาย ดินแดนแห่งหมอกและควัน

    การเดินทางไปปายของพวกเราเหล่านักล่า การแรดและการโดดงานทั้ง 5 คน เริ่มขึ้น วันที่ 7 ณ เวลา ทุ่มครึ่งที่สถานี่รถไฟฟ้าหมอชิต
    แต่ยังไม่ทันไปไหนก็เกือบไม่ได้ไปซะแล้ว เพราะไอ้บอยเล่นมาซะ 2 ทุ่ม ในขนาดที่รถจะออก 2 ทุ่ม 20 เป็นไงละ ไปถึงก็วิ่งกันหน้าตาตั้งไปขึ้นรถ
    พอขึ้นรถปุบ ทำไรค๊ะ เราก็หลับๆๆๆๆๆ ตื่นอีกทีก็เชียงใหม่ตอน 6 โมงครึ่ง
    เห็นแถวๆ นึงยาวมากๆในใจคิดว่ามันต่อแถวทำไรกันวะ และน้ำก็ทำให้เกิดความกระจ่างว่ามันต่อแถวรอซื้อตั๋วไปปายกัน และรู้ว่าชีวิตฉันก็คงไม่ต่างไรจากพวกนี้ชัวๆ
    กว่าจะได้ซื้ก็ปาไป 7 โมง ก็ขึ้นรถบัส (ไม่มีแอร์) คนละ 80 บาท เดินทาง 4 ชม ถึงโน่น 11 โมง  เฮ่อ ถึงซะที กว่าจะถึงทางโคตรโค้งเลย จะโค้งไปไหนวะ
    พอถึงก็ทำไรละค๊ะ ก็ต้องหาที่กินๆๆๆ ข้าวมื้อแรกที่ปายเราไปกินกันที่ร้าน บ้านปาย อาหารก็ไม่ถึงกะเลวร้าย แล้วก็เข้าที่พักเก็บของให้เรียบร้อย ไปเอาจักรยาน ตะเวนแรดๆๆๆ
    สาเหตุที่เป็นจักรยานนะเหรอง่ายมากๆ เพราะทุกคนขี่มอร์เตอร์ไซร์ไม่เป็น ดีมะ
    จุดหมายปลายทางแรกเป็น วัดน้ำฮู (เจงๆโดนหลอกก็ว่าได้ ถ้ารู้ว่าไกลคงโดนบ่นเละ)
     
    นัท : เอ่อ พี่ค๊ะ แถวนี้(ย้ำว่าแถวนี้) มีไรน่าเท่ยวบ้าง ที่พอจะขี้จักรยานไปได้
    ร้านจักรยาน: อ้อ น้องก็ขี่ไปวัดน้ำฮู (ชี้ไปทางขวา) ไม่ก็วัดพระธาตุแม่เย็น (ชี้ไปทางซ้าย)
    เราทั้ง 5 ก็มองหน้ากันตัดสินใจขี้ไปทางซ้าย โดยที่ไม่รู้ว่าไกลแค่ไหน แต่ในใจคิดว่าเอาเหอะคงไม่ไกลมาก
    ร้านจักรยาน : เออน้องๆ พี่ว่าขับไปวัดน้ำฮูก่อนดีกว่าทางดีกว่า แล้วค่อยไปพระธาตุดูพระอาทิตย์ตก
    เราทั้ง 5 : ขอบคุณค่ะ 
    พร้อมกับไปก็ไปวะ อยู่ไหนก็ไม่รู้ แต่เค้าชี้ว่าขี่ไปตรงๆ ประมาณ 2-3 โล ก็ถึง
     
    ปั่นๆๆๆไปได้ซักพัก เฮ้ยนี่มันทางขึ้นเขาอย่างเดียวเลยหนิหว่า พอถึงทางแยกแห่งนึง พวกเราก็พัก
    ขณะที่พวกเราพักนั้น ไอ้เต่าก็เกิดเป็นลมหน้ามืดขึ้นมาซะงั้น (แต่ทำไมนี่ขอให้เพื่อนๆไปถามเพื่อนเต่าเอาเองนะจ๊ะ ในข้อแก้ตัวของมัน)
    และความโชคดีของพวกเราก็บังเกิดเมื่อมีรถกะบะสีฟ้าคันหนึ่งแล่นมาจอดถามว่าเป็นไรกันมีไรให้ช่วยไหม ขาเลยแบกไอ้เต่าพร้อมจักรยานขึ้นไป
    พวกเราทั้ง 4 ก็ได้แต่ปั่นต่อไปอีกราวๆ กม กว่าๆ แล้วก็ถึงวัดสมใจอยาก สวยดีเหมือนกัน คนก็เยอะนะ
    เราก็อยู่โน่น ถ่ายรูป ไหว้พระกันไป ราวๆ ชม นึงก็มีคนมาแนะนำว่าขี่ต่อไปอีกประมาณ กม กว่าๆ จะมี หมู่บ้านชาวจีนยูนาน ก็เอาวะไหนๆก็มาถึงแล้ว
    เลยไปก็ไป แต่ไปถึงก็หายเหนื่อยเหมือนกัน ได้ถ่ายรูป ได้เล่นชิงช้าแบบของท้องถิ่น หวาดเสียวดีมากๆๆ
    5 โมงเย็นเราก็ตัดสินใจกลับกันดีกว่า อยากบอกว่าตอนลงเบรกอย่างเดียวไม่มีปั่นเลยแม้แต่น้อย เหอะๆๆๆๆๆ ใช้เวลาประมาณ 15 นาทีก็มาถึงที่พัก อาบน้ำกลิ้งไปกลิ้งมาซักพักก็หิว ออกไปหาไรกินที่ถนนคนเดิน
    เราส่งโปสการ์ด ส่งมาให้ PAPA คนเดียวที่รักมากๆๆๆ (คิดว่าอีก 2-3 วันน่าจะถึงนะ) แล้วก็กินเบียร์กันนิดหน่อย กลับถึงห้องก็ราวๆเที่ยงคืนได้มั้ง
     
    วันรุ่งขึ้นอุตส่าตื่นตั้งกะ 6.30 เพื่อมาดูหมอกแต่ก็มีน้อยจัง รึว่าว่าเยอะวะ (ดูให้หน่อยเดะจากรูปอ่ะ)
    แล้วก็ออกเดินทางแรดอีกวันก่อนบ่ายๆเราจะกลับ วันนี้โปรแกรมมีแต่วัดๆๆๆ แล้วก็วัดๆๆๆ (ดูเป็นเด็กธรรมะธรรมโม ดีมะ)
    ถึงเวลาเดินทางออก พวกเราทั้ง 5 ได้อานิสงค์จากพี่ต๋องมารับไปส่ง ที่เชียงใหม่ แต่ระหว่างทาง ไอ้จิ มันเจือกเมารถอีก (ดูจากรูปเอาละกานว่าขนาดไหน)
    พอถึงเชียงใหม่ ความปรารถนาเราก้เป็นจิง เพราะมีพวกเดียวกันคือการไปตามหาร้าน i berry ที่เชียงใหม่ซึ่งคงไม่ต้องบอกว่าทำไม เพราะอยู่ กทม ยังไม่คิดเดินไปกินเลย
    แล้วก็ไปต่อที่ถนนคนเดิน ตังค์ก็ไม่มี เพราะลืมประเป๋าตังค์ที่ห้อง (ต้องไถไอ้บอย) เหอะๆๆๆๆ แต่ก็ไม่ได้ซื้อไรแค่กินอย่างเดียวเอง
    กว่าจะกลับถึงห้องก็ปาไปก็เที่ยงคืนกว่าๆละ เหนื่อยดี อาบน้ำ หลับสบายโลด
     
    และแล้ววันแห่งความสนุกก็หมดลง เมื่อเวลา 8.30 เมื่อรถบัสได้เคลื่อนออกจากเชียงใหม่ เป้าหมายคือ กทม นั่นเอง
     เวลา เกือบๆทุ่มนึงเราก็เข้าสู่เมืองแห่งรถติดจนได้ ร้อนอีกต่างหาก เสื้อหนาวที่เอาไปหมดความหมายในบัดดล
    เฮ้อ จบกานเดินทาง อันแสนยาวไกล กับเหล่าเพื่อนฝูงทั้ง 5 ในเวลา 3 วัน 2 คืน แต่เพียงเท่านี้นะจ๊ะ   
     
    ปล. เนี่ยเราเปล่ายั่วเพือ่นๆที่ไมได้ไปนะ แค่ส่งมาแบ่งปันปนเยาะเย้ยเลยแหละเหอะๆๆ ไอ้ต้าร์ ไอ้โจ้ก ไอ้ซัน และ ชู้จ๋า ไม่ต้องเสียใจไป อ่านของเราแล้วจินตนาการเอานะจ๊ะ
     
     
     
     
     
     
    October 26

    ไปเที่ยวเชียงใหม่

    ในที่สุดก็ถึงวันสอบเสร็จซะที และก็ว่างได้ 2 วันก็เดินทางไปเที่ยงเชียงใหม่กะ ม่ะมี้และเพื่อนของแม่เรา
     
    การเดินเริ่มขึ้นในวันศุกร์ที่ 19 นั่งรถกันไป 2 คนแม่ลูก ไปถึงพิจิตร นอนที่บ้านเพื่อนแม่ 1 คนคืน
    แต่เช้าตรู่ ก็โดนปลุก ออกเดินทางสู่ เชียงใหม่ ข้าเจ้า
    ระหว่างการเดินทางก็แวะเก็บๆ รถคันอื่นเป็นผู้ร่วมการเดินทางไปด้วย กว่าจะรู้ตัวอีกที โอ้ว มีรถ 8 คันเชียวเหรอเนี่ย
    เย็นๆก็ไปถึง อำเภอ ฝาง โห บ้านพักเป็นบ้านพักรับรอง จากพวก มหาวิทยาลัยแม่โจ้ (เพื่อนของเพื่อนของแม่เรา)
    อากาศที๋โน่นเย็นมากมาย ตอนแรกคิว่ากำละ จะอาบน้ำได้ไหมวะเนี่ย อากาศประมาณ 10 องศาได้มั้ง
     
    วันที่ 2 ก็เริ่มทริปออกท่องเที่ยว
    ที่แรกเลยไปดู สวนอินทะผารัม แห่งเดียวของเมืองไทย อ้อเป็นอินทะผารัมสดด้วยนะ อร่ยมากๆๆๆๆๆๆๆเลยแหละ
    แล้ว ก็ไปแวะดู ฟาร์มโคนม ของจังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่มีไรเลย
    ก็เลยย้ายไปดู กาดเมืองผี มันเป็น (unseen inThailand แหละ) เดินๆๆๆๆๆทางเดินก็แสนแคบ (ไม่เห็นมีไรเลยแรกๆ เหนื่อยด้วย)
    แต่แล้วในที่สุดพอเดินขึ้นมาซักระยะ ก็มองไปข้างล่าง โอ้วแม่เจ้าสวยหว่ะ เห็นวิวทีครึ่งอำเภอฝางเลยแหละ มีต้นไม้แปลกๆด้วย ตลอดทาง
    (อ้อมีรูปวิวมาให้ดูด้วย) มันเป็นสถานที่ท่องเที่ยวแห่งใหม่ เพิ่งเปิดเป็นทางการ เมื่อวันแม่ที่ผ่านมานี้เอง ชอบมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ อีกเช่นกัน
    พอกลับมา เห่อเหงื่ออก เลยไปนอนแช่น้ำแร่ จากบ่อน้ำพุร้อน (โอ้วมีความสุขหลาย) เกือบหลับแหนะ แฮะๆๆ สบายเกิ้น
     
    การเดินทางวันรุ่งขึ้นก็ไป เชียงรายแหนะ ไปดูวัดร่องขุ่น ขอบอกว่าอาล้าอลังการงานสร้างมากมาย สมเป็นอาจารย์เจงๆ
    แล้วก็ย้ายไปนอนที่เมืองเชียงใหม่คืนนึง ก็เดินทางกลับไปนอนที่พิจิตร อีกคืนก่อนอพยพ กลับสู่ กทม
    กลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ที่ร้อนมากมาย อุตส่าได้ใส่เสื้อหนาวตั้งหลายวัน เฮ้อ ร้อนๆๆๆๆๆ
    ว่าแล้วไปหาไรลงท้องดีกว่า ไว้ไปเที่ยวอีกจะเอารูปมาอวดนะจ๊ะ อิอิอิ
     
    September 19

    วันเกิดเอง

    และแล้ว วันที่ 19 กันยาก็มาถึงอีกปีละ ไม่บอกหรอกนะยะว่าปีนี้อายุเท่าไหร่แล้ว เพราะรู้สึกมันเยอะขึ้นหว่ะ เหอะๆๆๆ
    เอาเป็นว่าขอบอกว่าปีนี้โทรศัพท์สายแรกของวัน โฟนอินมาไกลจากอังกฤษเชียวนะ จากชู้เราเองแหละ เหอะๆๆๆ
    ต่อด้วยสายที่สอง ใกล้เข้ามานิดนึง แค่จากจีนเอง (เพื่อนรักเราเอง) โหคิดดูเดะ ปีนี้มีแต่สายทางไกลพวกนอกประเทศทั้งนั้นเลยอ่ะ
    แล้วไอ้พวกในประเทศมันไปไหนหมดหว่า
    อ้อๆๆๆลืมไป สายแรกของการอวยพรต้องเป็นของเพื่อน แพรเราเอง
    แต่มันดั้นทะลึ่ง โทรมาก่อนเวลาตั้งเป็นชั่วโมงแหนะ จะนับดีไหมเนี่ย เหอะๆๆๆ อยากจะบอกว่า นี่แกโทรมาก่อนเป็นปีที่ 2 แล้วนะฉันจำได้หย่ะ (เหอะๆๆๆๆ)
     
    พอเช้ามาอยากบอกว่า ม่ามี้ ป๊ะป๋าเราเอง (สายท่รอคอยที่สุดในชีวิต) ก็ดังขึ้นแต่เช้าตรู่ ตั้งกะ7 โมงแหนะ
    แล้วก็มาดังอย่างต่อเนื่อง(เป็นการปลุกฉันนะรู้ตัวไหมยะ) ตอน8 -9 โมง ตื่นเลย แต่ไม่ยอมลุกง่ายๆหรอก ต้องกลิ้งๆๆๆๆๆให้สมใจอยากก่อน
    พอเรียนเสร็จวันนี้ไปทำบุญด้วยนะยะ ที่วัด มะขาม ใกล้ๆ รังสิตเนี่ยแหละหย่ะ
     
    แต่ของขวัญที่ประทับใจมากๆๆๆๆที่สุดปีนี้คงเป็นรูปจากเพื่อนจิที่มันอุตส่าลงทุนนั่งสแกนด้วยตัวเอง
    มันเป็นรูปเมื่อสมัยนานมากๆๆๆ (ประมาณ10 กว่าปีที่แล้ว ตั้งกะประถมอ่ะ)
    หลายคนอาจบอกว่ามันเป็นแค่รูปแต่สำหรับเรามันเป็นตั้งรูปแหนะ ดูแล้วก็คิดถึงวันเก่าๆของเราเนอะ (เอะแก่รึเปล่าเนี่ย)
    อย่าหาว่าเว่อร์นะยะ แต่อยากบอกว่าพอเห็นน้ำตาซึมเลยอ่ะ เหอะๆๆๆๆๆ
     
     อยากขอบคุณ เพื่อนๆทุกคนที่ไม่ลืมวันเกิดเรา ทั้งที่อยู่เมืองไทยและเมืองนอก และไอ้เพื่อนบ้าอีกหลายคนที่ลืมวันเกิดฉัน 
    และที่ขาดไมได้ พี่เหน่งที่อุตส่าระลึกวันเกิดเราได้ แถมโทรมาเตือนให้ไปทำบุญด้วย ทั้งที่ปกติคุณพี่มักลืมอะไรหลายๆอย่าง
    ขอบคุณป๊ะป๋า ม่ามี๊ ที่ทำให้หนูเกิดมาดูโลกใบนี้ 
    (เอะทำไมพูดขอบคุณอย่างกะงานแต่งงานเลยวะ เหอะๆๆๆๆ)
    ไปละดีก่า ไปรอลุ้นว่าสายโทรศัพท์ใครจะเป็นคนสุดท้าย ตื่นเต้นๆๆๆๆๆๆ
    August 23

    งานกีฬามหาวิทยาลัยโลก

    เมื่อวันที่ 1 - 19 ที่ผ่านมาเราได้ไปเป็น staff งานกีฬาฯ ด้วยล่ะ หน้าที่เราอ่ะเหรอ ก็คือฝ่าย accomudaion นั่นก็คือแผนกจองห้องพักนั่นเอง
    ช่วงที่ทำงานวันแรกๆก็ดีอยู่หรอก
    แต่ขอบ่นหน่อยนะ เราไม่ใช่ถังขยะนะยะ ได้มาถึงไม่พอใจก็มาว่าเรา ไอ้เราก็ดั้นฟังพวกมันออก (ไม่ได้อยากฟังออกนักหรอกนะ) 
    อะไรวะให้รอแค่ สองสามชั่วโมงทำเป็นบ่น  (ก็ระบบnet มันล่มหนิหว่า การจองห้องเลยใช้ไม่ได้)
    ช่วงทำงานนะไม่ได้ไปแรดไหนเลยอ่ะ เพราะว่าเวลาทำงานก็ปาเข้ไป 8 ชั่วโมงล้ว เลิกงาน 4 โมงเย็น หมดแรงกลับหอนอนตาย
    แต่แล้วช่วงแห่งความวุ่นวายก็ผ่านพ้นไป แต่เราก็ยังคงต้องไปทำงาน และหน้าที่ก็ถูกเพิ่มมาโดยตั้งใจของพวกอาจารย์
    นั่นก็คือหน้าที่คอยแลกบัตร one day pass แผนกนี้ก็เหมือนเดิม
    ต้องมาคอยตอบคำถามว่าทำไมเราถงไม่อนุญาตให้พวกเขาแลกบัตรเข้าไป และฟังพวกเขาไม่พอใจที่ไม่ได้เข้าไปในงาน
    (ถ้าฉันมีอำนาจพอฉันก็จะให้พวกนั้นเข้ามันไปให้หมดทุกคนเลย) อยากเข้าไปกันดีนัก ไปทำไรวะ ฉันเข้าไปไม้เห็นมีไรเลย
    นอกจากนักกีฬาชาวต่างชาติ ที่หล่อๆ (เหอะๆๆ เท่านี้พอยังวะ)
    และแล้วเวลาว่างของเราก็มาถึง เราขอใช้สิทธิที่มีเข้าไปถ่ายรูปภายในงานมาอวด และมาโชว์ สำหรับคนที่ไม่ได้ไปดูในงานนะจ๊ะ ก็มาดูได้
    มันคงไม่สวย เพราะเราก็แค่อยากถ่ายแล้วก็สรรพแต่ถ่าย (จริงๆชอบถูกถ่ายมากกว่าเยอะเลย) อิอิอิ
     
    บ่นมาพอสังเขปละ ไปดีกว่า กำลังดูละครเรื่องเป็นต่ออยู่ พอดีมันโฆษณา ตอนนี้มาละ ไปดูก่อนนะจ๊ะ บ๋ายบาย
    July 11

    ไปรับน้อง siit ณ สระบุรี

    เรื่องมันก็เริ่มจากว่า คืนดึกวันเสาร์ที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมา ก็มีโรศัพท์มาชวนเราว่า "แกๆไปรับน้อง siit นี่มันเวิกไหม เป็นยังไงบ้าง ฉันไม่เคยเห็นเลย เราไปกันไหม เราก็ชวนเอ ไปด้วย " เราก็ลยเออ ออ ไปก็ไปวะ แล้วก็ตกลกันว่า จามาเป็นราชรถมารับเราที่บ้านตอนเที่ยง
    และแล้ว เวลาก็ผ่านไปอย่างรวดเร็ว เข้าสู่วันอาทิตย์ที่ 1 กรกฎาคม เวลาเทียงติสๆ
    พี่ต๋องก็อัญเชิญรถมาถึงหน้าบ้านเรา เราก็กระโดดขึ้นรถอย่างรวดเร็ว และก็มุ่งหน้าสู่ สระบุรี (อ้อ ต้องแวะบ้านไทยก่อนหนิหว่า )
    และแล้ว เวลาก็ผ่านไปเร็วอีกละ ช่วงประมาณ บ่ายแก่ๆ เราก็เดินทางไปถึงบ้านของไทย (เพื่อนข้าเจ้าเอง) ที่สระบุรี
    มันทำตัวเป็นเจ้าบ้านที่ดีมากๆ ด้วยการพาเราทั้ง 3 คนไปกินสเต็ก เจ้าอาย่อยมากๆๆๆ แถวๆมวกเหล็ก
    อ้อ ขอนินทาร้านนี้หน่อยนะ ร้านบ้าไรวะ กฎข้อห้ามเยอะเป็นบ้าเลย
    1 ทางร้านจะไล่แขกคนไหน ไม่พอใจก็ทำได้ ถ้าแขกประพฤติตัวไม่ดี (ไม่ได้เขียนงี้หรอกที่ประมาณนี้อ่ะ)
    2 ห้ามสั่งหลายๆครั้ง กุ๊กจะไม่ทำอาหารมาส่งโต๊ะเดิม นั่นหมายความว่าเราจะต้องสั่งพร้อมกันทั้งโต๊ะ
    เมื่อกองทัพเดินด้วยท้องอิ่มหมีพลีมันกันแล้ว (ฟรีด้วย) แล้วเราก็ออกเดินทางมุ่งหน้าสู่รีสอร์ตกันต่อ
    ประมาณ เกือบ 4 โมงละเราก็หลงทาง งมโข่งมาจนถึงรีสอร์ตจนได้ โหขอบอกๆๆๆ ทางเข้านี่ โคตะระหายากเลย ลึกอีกต่างหาก มันหากันได้ไงวะ
    พอไปถึงก็ไปทันพิธีชิงธงพอดีเลยเรา เหอๆๆๆ แอบชอบ (ซาดิส นะเนี่ย )และแล้วน้องๆ ก็ชิงไปจนสำเร็จในรอบที่ 16 (ตามจำนวนรุ่น)
    ดึกๆ ก็มีประเพณี บายสีสู่ขวัญ เราก็ลั้นลา ได้เสื้อสีขาวฟรีมา 1 ตัวด้วยละ เหอๆๆ (ของฟรีชอบทั้งนั้น)
    กว่าจาบยกันเสร็จก็ ตี 2 กว่าๆแล้ว น้องๆก็เดินทางกลับกันเลย
    แต่หมู่เฮา ไม่มีทางขอนอนแอ้งแม้งกัน 1 คืน เราหลับเป็นตายเลยที่เดียว ซะดุ้งตื่นเองโดยอัตโนมัติตอน เช้าที่ไม่เคยตื่นได้มาก่อน ตอน 7 โมงติส ๆก็ระดมปลุก คุณสารถี และเอ ให้นำพาเรากลับบ้านเดี๋ยวนี้ เราก็ออกเดินทางกลับเลย
    กว่าจามาถึงบ้านเราก็ 10 โมงกว่า ๆเราก็รีบอาบน้ำแต่งตัวออกเดินทางไปเรียนต่อเลย (นี่เป็นไงสปิริตๆๆๆ) เหอะๆๆๆๆ ริจาเที่ยวต้องรับผิดชอบเจงมะจ๊ะ
     
    เฮ้อเหนื่อยละ ขอจบการท่องเที่ยวของเราแต่เพียงเท่านี้ คราวหน้าจามาอวดใหม่นะจ๊ะ อิอิ
    May 09

    ครึ่งวันในอยุธยา

    เรื่องก็มีอยู่ว่า เราไปเที่ยวอยุธยาโดยบังเอิญ มีคนขับรถให้นั่งด้วย ซึ่งก็คือ P'ต๋อง นั่นเอง เราและP' บาส ทำหน้าที่เป็นผู้โดยสารที่ดี คือนั่งอย่างเดียว
    จาพาไปไหนก็ไป ไม่มีปริปาก (เปล่าหรอก พูดมากเดี๋ยวต้องเดินกลับ กทม แนะๆ) 
     
    ที่บอกว่าแค่ครึ่งวันก็เพราะว่าไปถึงอยุธยาก็ปาเข้าไป 3โมงกว่าๆได้แล้วมั้ง มัวแต่หลงทางหาคอนโดมิเนียมที่นนทบุรี อยู่ได้
    สิ่งแรกที่ไปถึงก็คือการไปกินก๋วยเตี๋ยวเรือ เพราะเค้ามีความเชื่อว่าไม่ได้กินก๋วยเตี๋ยวเรือ มาไม่ถึงอยุธยา ดังนั้นทั้ง 3 ชีวิตเลยซัดไปคนละ 2 ชาม (ไม่รู้อร่อยรึว่าหิว ใครรู้บอกด้วย)
    พอท้องปิ่มปุ๊ปก็เดินทางไปไหว้พระ เพื่อเป็นการทำบุญต่อทันที อ้อ ไมได้ไหว้อย่างเดียวนะ เราได้เสี่ยงเซียมซีด้วย อ่ะๆๆ อยากรู้อ่ะดี้ผลเป็นไง บอกว่าเราอ่ะดี อยากได้ไรก็ได้ ที่สำคัญ การเงินกะความรักดีอีกต่าง (ไอ้ตังค์เนี่ยดีดิ เพราะยังแบมือขออยู่เลย แต่ไอ้ความรักนี่ ไหนวะ ไม่เห็นมีซักคน หันซ้ายหันขวา หันหน้า หันหลังจนกลับหลังหันแล้ว) เหอๆๆๆ
     
    แล้วเราก็ไปต่อกันอีกวัด ชื่อวัดหน้าพระเมรุ
    ขอบอกว่าวัดนี้สวยดีนะ แถมเราร้มาว่า วัดนี้เคยโดนพม่ายิงปืนใหญ่มาแต่ก็ทำไรมิได้ แล้วก็ปัจจุบันทุกอย่างยังคงของเดิมทั้งหมด (เอ้อเรามีสาระก็ได้เนอะ)
     
    จากนั้นก็ไปหลงทางกันต่อเพื่อหาอนุสาวรีย์ สมเด็จพระนเรศวร วนไปวนมา กลับมาที่เดิม
    แต่เราและพี่บาสหาเครียดไม่ ตั้งหน้าตั้งตากินหนังปลาทอดอย่างอเร็ดอร่อย สุดท้ายมีลุงใจดีขับนำพาไปถึงภูเขาทองจนได้ 
    แล้วพวกเราทั้ง 3 ก็ตั้งหน้าตั้งตาปีขึ้นไปข้างบนเพื่อ (ถ่ายรูป) เหอๆๆๆๆ 
    กว่าจะออกจากที่อนุสาวรีย์ก็ 6 โมงกว่าๆแล้ว เลยได้อนิสงค์ ได้ดูวัดตอนกลางคืนที่เปิดไฟแล้ว สวยมากๆ ถึงอย่างแรง
    เราไปจอดรถกันที่ วัดพระราม เพื่อ ถ่ายรูปอีกแล้ว แต่ อ่ะๆๆๆที่นี่มีที่เด็ดตรงที่ว่า P'บาส เค้าได้เจอเนื้อคู่เค้าด้วยล่ะ แต่ดั้นไม่มีพรมลิขิตหว่ะ เรื่องก็มีอยู่ว่า
    มีสาวสวย (เห็นกลางคืนเลยไม่แน่ใจ) ชาวญี่ปุ่น 2คน เค้ามาด้อมๆมอง ๆแถวที่พวกเราถ่ายรูปกันอยู่ แล้วก็พูดว่า โอ้วๆ อู้ๆๆ ..... (แปลไม่ออก) P' ต๋องก็เลย เชิญเค้าให้มาถ่ายรูปด้วยกัน เค้าก็เดินเข้ามานะ ก็เลยยืนกัน 3 คน ญี่ปุ่น 2 และสาวน้อยคนไทย 1 เราก็อุตส่าเรียกพี่บาสว่า "พี่ๆมาถ่ายด้วยกันดิ" แต่ก็เฉยๆ เราเลยไม่เรียกละ พอถ่ายเสร็จเค้าก็เดินจากไป จิตใต้สำนึกพี่บาสทำงานทันที บอกว่า " เฮ้ยเราน่าจาขอ E-mail เค้าไว้ เพื่อส่งรูปให้และทำการสานสัมพันธ์ต่อ " แต่สายไปแล้วอ่ะ เค้าจากไปแล้วเดินตาก็หาไม่เจอ พี่บาสเค้ามีความเชื่อว่า 1 ในสาวญี่ปุ่นนี้ คือเนื้อคู่ของเค้า เหอๆๆๆ มิเป็นไรนะ คราวหน้า น้องขอสัญญาว่าจะสมองให้ไวกว่านี้ จาพยายามจัดพรหมลิขิต ให้แก่เนื้อคู่พี่ แน่นอน
    แล้วเราก็เดินทางต่อเข้า กทม บ้านของพวเรา
     
    แต่ก่อนกลับ ไปหาของลงท้องตอนเย็นที่ ร้าน YAMANE ที่สยาม (ดูถ่อสังขารดีเนอะ + ไม่เข้ากันเล้ย)   
    เฮ้อกว่าจาถึงบ้านก็ปาเข้าไป 4 ทุ่มพอดีเป๊ะเลย
     
    ขอจบการเดินทางในอยุธยาแต่เพียงเท่านี้ มีทริปต่อไปจาเอามาเล่าใหม่นะจ๊ะ
     
    สรุป การเดินทาง
    กินก๋วยเตี๋ยวเรือ 2 ชาม
    ซื้อหนังปลาทอดและ ไปกินบนรถ 1 ถุง
    ซื้อข้าวเกรียบ ไป 3 ถุง
    เสี่ยงเซียมซี ไป 1 ครั้ง
    ถ่ายรูปประมาณ 300กว่าใบ
    นั่งเม้าร์ ไม่สามารถนับจำนวนคำได้
     
     
    February 20

    ใกล้สอบ และใกล้ผอม

    นี่เราก็ใกล้จะสอบละ อีกแค่ไม่กี่อาทิตย์ละ เราก็จะเข้าสู่ฤดูกาลคร่ำเคร่ง รึเปล่า
    แถมช่วงนี้ยังม่ายชะบาย ปวดท้อง กินไรก็อ้วกหมดเลย เหอๆๆนั่นหมายความว่าเราใกล้จะผอมแล้วนะ
    ดังนั้นถ้าเราผอม นั่นหมายความว่า ถ้าเราผอม ไอ้ซันแกต้องมาจีบฉันตามคำท้าทาย เหอๆๆๆๆ
    แล้วก็ต้าร์เพื่อนเรก แกต้องเลี้ยงอาหารมื้อโตที่ฉันอยากจะกิน เหอๆๆๆ เสร็จละทีนี้
     
    มีเรื่องจะเล่าให้ฟัง 2 เรื่อง เรื่องฮา กับเรื่องที่ทุกคนจะไม่เชื่อ อ่ะๆๆ อยารู้แล้วอ่ะดิ
     
    เอาเรื่องไม่น่าเชื่อก่อนละกันเนอะ
     
    เมื่อตอนวันวาเลนไทร์ที่ผ่านมา เราไปฉลองมาที่สยาม กะ .... ปล่อยให้สงสัย แต่ท่าทางเดาถูกแหงๆเลย หว่ะอ่ะๆๆ
    แต่ว่าอย่างน้อยเราก็ได้
    เราได้ดอกไม้ 1 ช่อ กะ กุหลาบ 1 ดอก แล้วก็ลูกโป่ง 1 ลูก
    อ่ะๆๆ แต่ห้ามถามนะว่าได้มายังไง ไม่บอกหรอกว่าใครให้มา เอาเป็นว่าได้มาละกัน อิอิอิ ความลับ
     
    ส่วนเรื่องฮา ก็มีอยู่ว่า เมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา เราไปงานรับปริญญาอุ๊ที่ศูนย์สิริกิต ดังนั้นเลยต้องเอาไอ้คุณฟิมล์ไปด้วย
    และที่สำคัญต้องขับรถไปรับเธอค่ะ แล้วก็เอารถไปจอดที่สามย่านเผื่อต่อรถไฟใต้ดิน
    ไอ้เราก็นึกว่าพึ่งมันได้เพราะว่าตั้งกะมีรถไฟใต้ดินมาขึ้นครั้งนี้ครั้งที่ 3 แหนะ ที่ไหนได้ มันเท่ากันกะเราเลย
    เอ้อ มันเริ่มตั้งกะตอนกดบัตรละ คนละ 22 บาท เราก็ต่างคนต่างกดคนละเครื่อง เราก็สอดแบงค์ร้อย ซักพัก เสียงไอ้ฟิมล์ก็ดังมาอย่างเร็วๆว่า
    แกเครื่องมันไม่ทอนแบงค์ ทอนแต่เหรียญ แต่ว่าไม่ทันหว่ะ
    เครื่องมันเร็วกว่าดูดแบงค์ดิฉันไปแล้ว ซักพักต่อมา แกร็กๆๆๆๆๆๆ (นั่นเป็นเสียงเหรียญที่ตกลงมา) เมื่อทำการนับครบ 72 บาท แต่เหรียญล้วนๆเลย
     
    แล้วเราก็ เดาๆตามทางชาวบ้านเค้าไป หาทางลงบันไดเลื่อน ผลคือลงผิดค่ะ เราลงไปทางหัวลำโพง เลยต้องหาทางย้อนกลับมา
    ไอ้คุณเพื่อนตัวดีมันเห็นบันได มันชวนฉันเดินขึ้นค่ะ เหนื่อยโคตะระ เลยขอบอก
     ยังๆๆๆ ยังไม่จบเพียงเท่านั้น
    ขณะที่กำลังเดินขึ้นไป หูก็ไปได้ยินเสียง ติ๊ดๆๆๆๆ เสียงประตูกำลังจะปิดค่ะ ไอ้คุณฟิมล์มันก็ลากดิฉันให้วิ่งค่ะ
    แต่ผลคือ พอมันเข้าประตปุ๊บ ภาพ สโลโมชั่นเลย ประตูปิดค่ะ ในขณะที่ดิฉันพลาดรถไปขบวนนั้น ต้องรอขบวนต่อไป แต่มันไปแล้ว
    สรุปคือ มันต้องรอที่ทางออก ของจุดหมายปลายทางที่ศูนย์สิริกิต เหอๆๆๆๆๆ
     
    อ่ะขี้เกียจล่ะ เอาไว้นึกไรออก จะมาเล่าให้ฟังใหม่นะ ไปละดีก่า บ๋ายบาย
     
    November 08

    ใกล้วันเปิดเทอม

    ใกล้วันเปิดเทอมของเราแล้ว ช้าวบ้านเค้าเรียนไปหลายวันละ
     
    เราควรจะดีใจไหมเนี่ย แต่เอาเหอะหน่อยนึงก็ได้ แต่ว่าไม่ดีที่ต้องตื่นเช้าอ่ะดิ
    ที่สำคัญ อดเที่ยวด้วยอ่ะ
     
    เมื่อวันเสาร์เราไปงานคอมมาร์ทมา โอ้ว พระเจ้าจอร์ช คนโคดเยอะเลย มันไม่ได้เดินเลย
    มันไหลไปข้างหน้า แต่ว่าฉันก็ยังอุตส่าแวบไปแรดเสียเงินอีกจนได้
    เหอๆๆๆ+ ได้ ปริ้นเตอร์ราคาเกือบถูกมา 1 เครื่อง ได้ ฮาร์ดดิส โนตบุ๊คมาอีก1 ตัว
    เฮ้อ เท่านี้ก็จาหมดเงินเดือน เดือนนี้แล้ว อ่ะ เศร้าเลย ต้องกินแกบอีกละ
     
    อ่ะๆๆ แต่ว่าไม่ได้ วันศุกร์นี้ เราก็นัดกลุ่ม indy ไปกินข้าวกันที่ร้าน to sit
    แต่ว่าได้ข่าวว่าปิงไปไม่ได้อ่ะ ว้า เศร้าเลย นึกว่าจะได้กินเข้าพร้อมหน้าพร้อมตากัน
    แต่มิเป็นไร เราจาพยายามนัดต่อไป อิอิอิ
    September 29

    เรามาอัพเดทแล้วนะ

    หวัดดีทุกคน หลังจากหายไปนาน แถมยังให้ชาวบ้านเค้ามาอัพสเปซให้อีกต่างหาก
    แล้วดูมันดิ ใส่ความกันเจงๆ หาว่าเราดินพอกหางหมู ใครว่ายะ ฉันงานเยอะต่างหาก
     
    อ่ะว่าแล้วก็ขอ ดีใจนิดนึง คือว่า ต่อไปนี้นะ เพื่อนๆทุกคนจาจำวันเกิดเราได้แล้วแน่ๆๆ
     สาเหตุหน่ะเหรอ ก็เป็นวันปฏิวัติ โดยคณะปฏิรูปประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็นประมุข นั่นเอง
     
    เราจะบอกไรให้ฟัง เมื่อวันที่ 19 กันยายนที่ผ่านมา เราก็กลับบ้านหลังจากไปหาไรกินนิดหน่อยที่สยาม
    ถึงบ้านไม่ถึง 5 นาทีก็มีข่าวประกาศปฏิวัติ ตกใจแทบแย่ๆ แต่ก็อยากรู้ว่าเป็นไง เคยได้ยิน แต่ม่ามี้เล่าว่า....
     
    แล้วก็ไม่เห็นมีไรเลยแหะ แล้วเราก็หลับอย่างมีความสุข ในวันเกิดฉาน
     
    บ่ายวันที่ 20หลังตื่นนอนเห็นข่าว โฮ่วไม่ชาวบ้านแห่ไปถ่ายรูปรถถังกันใหญ่ อ่ะๆๆๆ เราต้องเอาบ้าง เดี๋ยวตกเทรน
     
    เลยขับรถออกจากบ้าน ไปตามล่าหารถถัง 555เหมือนเกมส์เลยมะ ยับวนอยู่ ครึ่งกทม แหนะ
     
    และแล้วความพยายามของเราเป็นผลสำเร็จ เราไปเจอรถถังหน้าแยกวังแดง โห 2 คนแหนะ เลพถ่ายรูป+วีดีโอซะเลย
     
    แล้วเราก็กลับบ้านมาทำงานหัวปั่นอย่างมีความสุขขึ้น อิอิอิ
     
    อาทิตย์นี้นะเป็นอาทิตย์ที่เราวุ่นวายที่สุด (เพราะตัวเองเปล่าไม่รู้) เราส่งงาน พรีเซนงาน หัวปั่นเลย จาสอบกันแล้ว แต่ยังไม่แตะหนังสือซักตัว
     
    วันนี้เราก็ได้ทำพาระกิจจบแล้ว นั่นคือการส่งงาน bio เย้ๆๆๆๆๆ
     
    จาสอบกันแล้วนะจ๊ะเพื่อนๆ  โชคเอกันทุกคนเลยนะ สอบเสร็จแล้วเราไปเที่ยวกันเนอะ
     
    ตอนนี้พวกเราชาวอินดี้แอนเดอะแก็ง ก็ได้ตกลงกันแล้วว่าจาไปเชียงใหม่กันวันที่ 21 ตุลาคมนี้นะจ๊ะ  แล้วเจอกัน เพื่อนๆ
     
     
    คิดถึงมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆ